FAQ
คำถามพบบ่อย
รวมคำถามเรื่องกองทุนรวม การจัดพอร์ต และวิธีใช้ thaifundweb — ตอบสั้น กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อการศึกษา
thaifundweb คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง
thaifundweb เป็นเว็บไซต์ค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลกองทุนรวมไทยแบบฟรี ใช้ค้นหากองทุนดู NAV ย้อนหลัง สัดส่วนการลงทุน ระดับความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม และเอกสารกองทุน พร้อมเครื่องมือช่วยตัดสินใจ เช่น แผนที่สินทรัพย์ (ดูว่าสินทรัพย์ไหนกำลังน่าสนใจ), พอร์ตอัตโนมัติสไตล์ All Weather และกราฟ Sector Rotation (RRG) ข้อมูลกองทุนมาจากสำนักงาน ก.ล.ต. (SEC Open Data) ทั้งหมด
ข้อมูลกองทุนในเว็บนี้มาจากไหน เชื่อถือได้ไหม
ข้อมูลกองทุน (NAV, สัดส่วนการลงทุน, ความเสี่ยง, ปันผล, ผู้เกี่ยวข้อง) ดึงจาก SEC Open Data API ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางการ ส่วนราคาสินทรัพย์โลก ที่ใช้ในแผนที่สินทรัพย์และ RRG มาจาก Yahoo Finance เป็นข้อมูลสิ้นวัน (EOD) จึงอาจล่าช้าจากราคาเรียลไทม์ เว็บนี้เป็นเครื่องมือเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
จัดพอร์ตสไตล์ All Weather คืออะไร
All Weather เป็นแนวคิดการจัดพอร์ตให้ "อยู่รอดได้ทุกสภาพเศรษฐกิจ" โดยกระจายเงินข้ามสินทรัพย์หลายประเภท (หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ โภคภัณฑ์) แทนที่จะทุ่มไปที่สินทรัพย์เดียว เพราะแต่ละช่วงเศรษฐกิจ (เติบโต/ถดถอย/เงินเฟ้อ/เงินฝืด) สินทรัพย์ต่างชนิดจะให้ผลตอบแทนต่างกัน การถือครบทุกกลุ่มช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม thaifundweb คำนวณสัดส่วนให้อัตโนมัติ 3 ระดับความเสี่ยง แล้วเลือกกองทุนไทยที่เป็นตัวแทนของแต่ละสินทรัพย์ให้ด้วย
พอร์ต SUNNY BREEZE SHELTER ต่างกันอย่างไร
เป็น 3 ระดับความเสี่ยงของพอร์ตตัวอย่าง: SUNNY (☀️ สายลุย) เน้นหุ้นมากสุด รับความเสี่ยงสูง หวังผลตอบแทนสูง เหมาะกับคนอายุน้อย/ลงทุนระยะยาว · BREEZE (🌤 สายสมดุล) แบ่งหุ้นกับตราสารหนี้ใกล้เคียงกัน ความเสี่ยงปานกลาง · SHELTER (☂️ สายปลอดภัย) เน้นตราสารหนี้ ความผันผวนต่ำ เหมาะกับคนรับความเสี่ยงได้น้อยหรือใกล้ใช้เงิน ทั้งหมดเป็น Model Portfolio เพื่อการศึกษา ควรเลือกตามความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้จริง
ควร rebalance พอร์ตเมื่อไหร่
แนวทางที่นิยมคือแบบ "เวลา + เกณฑ์" ผสมกัน: ตรวจพอร์ตทุกไตรมาส (ทุก 3 เดือน) แต่ลงมือปรับจริงเฉพาะเมื่อ น้ำหนักสินทรัพย์เพี้ยนจากเป้าหมายเกิน ±5% เท่านั้น เพื่อลดค่าธรรมเนียมและภาษีจากการซื้อขายบ่อย ถ้ามีเงินลงทุนใหม่เข้ามา ให้ซื้อสินทรัพย์ที่น้ำหนักต่ำกว่าเป้าเพื่อดึงกลับสมดุลโดยไม่ต้องขาย thaifundweb มีหน้าแผนที่สินทรัพย์และ Log การ Rebalance ช่วยดูว่าสินทรัพย์ไหนย้ายกลุ่มจนควรปรับ
RRG หรือ Sector Rotation คืออะไร อ่านกราฟยังไง
RRG (Relative Rotation Graph) เป็นกราฟแสดงว่าเงินกำลังไหลเข้าออกสินทรัพย์/กลุ่มไหนเทียบกับตลาดโดยรวม แกนนอน = ความแข็งแรงเทียบตลาด แกนตั้ง = โมเมนตัม แบ่งเป็น 4 โซนที่หมุนตามเข็มนาฬิกา: กำลังฟื้น (Improving) → นำตลาด (Leading) → อ่อนแรง (Weakening) → ตามหลัง (Lagging) สินทรัพย์ที่หางชี้เข้าโซน Leading คือกำลังแข็งแรง ส่วนที่เข้าโซน Lagging คือกำลังอ่อนตัว ใช้ประกอบการดูจังหวะหมุนเงิน
กองทุนหุ้นสหรัฐ หรือ S&P 500 ในไทยมีกองไหนบ้าง
มีหลายกองที่ลงทุนตามดัชนี S&P 500 หรือ Nasdaq ของสหรัฐ เช่นกลุ่มที่ชื่อมี US500, S&P500, NASDAQ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกอง Feeder ที่ไปลงทุนใน ETF ต่างประเทศอีกที (เช่น iShares Core S&P 500) ในหน้าแผนที่สินทรัพย์ของ thaifundweb จะคัดกองทุนไทยตัวแทนของแต่ละสินทรัพย์ (รวมหุ้นสหรัฐ) จัดอันดับด้วยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีให้ดูเป็นตัวอย่าง พร้อมบอก "ไส้ใน" ว่ากองไปลงทุนใน ETF ตัวไหน
NAV ของกองทุนคืออะไร
NAV (Net Asset Value) คือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยลงทุน = (มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน − หนี้สิน) ÷ จำนวนหน่วยทั้งหมด เป็น "ราคา" ที่ใช้ซื้อขายกองทุนในแต่ละวัน โดยทั่วไปประกาศวันละครั้งหลังตลาดปิด กองทุนที่ NAV ขึ้น = พอร์ตของกองมีมูลค่าเพิ่ม thaifundweb แสดง NAV ล่าสุดและกราฟ NAV ย้อนหลังของทุกกองให้ดูฟรี
ระดับความเสี่ยง 1 ถึง 8 ของกองทุนหมายถึงอะไร
ก.ล.ต. กำหนดให้กองทุนรวมแสดงระดับความเสี่ยงเป็นตัวเลข 1–8 (เรียก Risk Spectrum) ยิ่งเลขสูงยิ่งเสี่ยงสูง คร่าวๆ: 1 = ตราสารหนี้ระยะสั้น/เงินฝาก (เสี่ยงต่ำสุด), 4 = ตราสารหนี้/ผสม, 5–6 = หุ้น, 7 = หุ้นต่างประเทศ/เฉพาะกลุ่ม, 8 = สินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ น้ำมัน คริปโต (เสี่ยงสูงสุด) เลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ หน้ากองทุนแต่ละกองใน thaifundweb แสดงระดับความเสี่ยงนี้ไว้ชัดเจน
ขายกองทุนแล้วได้เงินกี่วัน (T+n คืออะไร)
T+n หมายถึงจำนวน "วันทำการ" หลังวันที่ส่งคำสั่งขายคืน (T) ที่เงินจะเข้าบัญชี เช่น T+2 คือได้เงินใน 2 วันทำการ กองทุนแต่ละประเภทใช้เวลาต่างกัน: กองหุ้นไทยมักเร็ว (T+1 ถึง T+2) ส่วนกองที่ลงทุนต่างประเทศมักช้ากว่า (T+3 ถึง T+5) เพราะต้องขายสินทรัพย์ในตลาดต่างประเทศและแปลงค่าเงินก่อน หน้ากองทุนใน thaifundweb แสดงระยะเวลารับเงินค่าขายคืน (T+n) ของแต่ละกองไว้ให้
กองทุนจ่ายปันผล กับ กองทุนสะสมมูลค่า ต่างกันอย่างไร
กองจ่ายปันผล (Dividend) จะแบ่งกำไรบางส่วนคืนเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วยเป็นงวดๆ เหมาะกับคนต้องการกระแสเงินสดระหว่างทาง แต่เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ส่วนกองสะสมมูลค่า (Accumulation) จะนำกำไรกลับไปลงทุนต่อ ไม่จ่ายออกมา ทำให้เงินทบต้นเติบโตเต็มที่และเลื่อนภาษีออกไป เหมาะกับการลงทุนระยะยาว thaifundweb แสดงนโยบายปันผลและประวัติการจ่ายปันผลของแต่ละกองให้ดู
ข้อมูลในหน้านี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ