📅 บทวิเคราะห์ตลาดประจำวันที่ 4 ก.ย. 2569
นี่คือสถานการณ์ที่ยากที่สุด — เศรษฐกิจโตช้าลงหรือซบเซา แต่ข้าวของกลับยังแพงขึ้น (เงินเฟ้อสูง) เปรียบเหมือนรถติดหล่มแต่ค่าน้ำมันแพง ช่วงนี้หุ้นเจอปัญหากำไรบริษัทหด ส่วนพันธบัตรก็โดนเงินเฟ้อกัดกินผลตอบแทน จึงเป็นจังหวะที่ควร "ตั้งรับ" มากกว่าไล่ราคา
เคยมีกรณีเหมือนกัน ไปคุยกาแฟพูดถึงเรื่องหนุนมากๆ ว่าเมื่อวานนี้ตลาดโลกเกิดอะไรขึ้นบ้าง พี่ๆ มาหลายเรื่อง แต่สำคัญที่สุดคือ S&P 500 มาพัฒนาการต่อเนื่อง หรือที่รู้จำกัดคือ Treasury yields ลดลง และทองคำขึ้นเล็กนิด แต่ภาวะนี้แปลกใหม่สำหรับเราที่กำลังยังเผื่นเงินในหลายหมวดสินทรัพย์ เพราะเท่าที่เห็นในแผนที่สินทรัพย์ บางอย่างแล้วต้องกังวลว่าอาจเริ่มโครงรบกวน
สินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงนี้คือ คริปโต ที่มีผลตอบแทนสดใหม่ 1 เดือนอยู่ที่ 25.1% และเรือยฐาน 3 เดือน 32.7% ซึ่งดูเหมือนว่าคนสะสมมาช่วงนี้มาก่อน มาก่อนที่ตลาดจะเริ่มมองหาทิศทางใหม่ รองลง โภคภัณฑ์ก็ยังคงแข็งแกร่งด้วย แม้ว่าตลาดจะมีการเคลื่อนที่สั่นสะอง แต่ผลตอบแทนยังคงดี ที่สุดคือหุ้นเกาหลี ที่มีผลตอบแทน 6 เดือนอยู่ที่ 33.1% แม้ว่าตลาด 3 เดือนจะแค่ -16% แต่การขึ้นต่อเนื่องนี้บ่งบอกว่าผู้ลงทุนค่อนข้างมั่นใจกับเศรษฐกิจเกาหลี
ส่วนหุ้นญี่ปุ่นและหุ้นสหรัฐก็ยังคงมีการเติบโตที่สง่าง แต่ช่วง 3 เดือนบ้างแล้วมีการแคคตัว เช่นหุ้นเทคสหรัฐที่แค่ -4.6% ใน 3 เดือน แต่ดี 6 เดือน 16.4% หรือหุ้นโลกที่ยังคงขึ้นเล็กนิด แต่สักตัวหนึ่งคือหุ้นอินเดียที่มีผลตอบแทนลบ 6 เดือนที่ -0.6% และหุ้นจีนที่แย่ที่สุด ทั้ง 3 เดือนและ 6 เดือนลบ แสดงให้เห็นว่าตลาดคลั่งคลาดกับปัญหาเศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้
ดูจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตาช่วงนี้ คือตัวเลขหลักจากสหรัฐฯ ที่มาในวันนี้ คือ Average Hourly Earnings ตลาดคาด 0.3% ขึ้น แต่ครั้งก่อนเพียง 0.1% ถ้าออกมาสูงกว่า คาด แสดงว่าเงินเฟ้อกำลังดันขึ้นอีก และอาจทำให้ธนาคารกลางต้องการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้พันธบัตรและหุ้นสหรัฐโดยรวมตก ตลาดคาด Non-Farm Employment Change ที่ 55K แต่ครั้งก่อนแค่ -23K ถ้าออกมาสูงกว่า คือสัญญาณว่าตลาดแรงงานแข็งแรง อาจทำให้เงินเฟ้อยังคงสูง และ Unemployment Rate คาด 4.1% ซึ่งเท่าเดิม ก็ไม่ให้ข้อมูลใหมๆ แต่รวมเป็นภาพรวมแล้ว หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด คงเป็นการสนับสนุนภาวะชะงักงัน ที่ธนาคารกลางต้องการควบคุมเงินเฟ้อ โดยการไม่เพิ่มอัตราดอกเบี้ย
ดูจากภาพรวมแล้ว ตลาดคือการเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่คุ้มค่าในช่วงเศรษฐกิจที่ยาก เริ่มจากการเก็บภาพรวมว่า คริปโตและโภคภัณฑ์ยังคงเป็นหมวดสินทรัพย์ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงอยู่ในช่วงที่ต้องการควบคุม เงินเฟ้อ อาจเหตุการณ์ใด ๆ ทำให้ตลาดเริ่มสลับภาวะ เราควรพิจารณากองทุนประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กองตลาดเงินหรือกองตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อรักษาเงินทุนให้ปลอดภัย และรอช่วงที่ตลาดชัดเจน ก่อนกลับมามองหาโอกาสในหุ้น หรืออาจเลือกกองทองคำบางส่วนที่ทฤษฎีบอกว่าสามารถช่วยกันเงินเฟ้อได้ แต่ควรเลือกในระดับที่มีความเสี่ยงคุ้นเคย หรืออาจเลือกกองที่มีส่วนแบ่งคริปโตหรือโภคภัณฑ์มากขึ้น เพื่อย่อยแทนบางส่วน แต่ไม่ควรพึ่งพาอย่างเดียว เพราะตลาดยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่
อย่างไรก็ตาม มีหัวข้อหนึ่งที่คิดเห็นต่ายจากที่เคยเห็น คือประเด็นของการเริ่มฟื้นตัวของสินทรัพย์บางอย่าง เช่น หุ้นเวียดนามที่มีผลตอบแทน 6 เดือนอยู่ที่ -1.4% แต่ดูเหมือนว่ามีเงินกำลังไหลเข้า และทองคำที่มีผลตอบแทน 1 เดือนขึ้น 8.4% แม้ว่า 6 เดือนจะแค่ -14.6% แต่อาจเป็นช่วงที่เริ่มมองหาโอกาสในระดับกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างคล่องชิว แต่ในปัจจุบัน การเก็บเงินให้ปลอดภัยยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะถ้าตลาดมีการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน อาจทำให้สินทรัพย์ที่แข็งแกร่งในตอนนี้เริ่มสลับภาวะ เราควรรักษามุมมองให้เป็นไปตามสถานการณ์จริง และยังคงติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญต่อไป เช่น การประกาศของ Bank of England หรือตัวเลข ADP Employment Change ที่มาในวันอาทิตย์ ที่อาจเป็นกระแสแรงส่งสัญญาณให้การตัดสินใจของธนาคารกลาง