📅 บทวิเคราะห์ตลาดประจำวันที่ 11 ก.ย. 2569
นี่คือสถานการณ์ที่ยากที่สุด — เศรษฐกิจโตช้าลงหรือซบเซา แต่ข้าวของกลับยังแพงขึ้น (เงินเฟ้อสูง) เปรียบเหมือนรถติดหล่มแต่ค่าน้ำมันแพง ช่วงนี้หุ้นเจอปัญหากำไรบริษัทหด ส่วนพันธบัตรก็โดนเงินเฟ้อกัดกินผลตอบแทน จึงเป็นจังหวะที่ควร "ตั้งรับ" มากกว่าไล่ราคา
คืนที่ผ่านมาตลาดโลกได้เห็นเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่อง เช่น ดาวที่ตกลง 10% และราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก มีรายงานอินฟ்லੇਸชันที่กำลังจะเผยออกมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเห็นได้ชัด
ในด้านสินทรัพย์ประเภทที่กำลังแข็งแกร่งที่สุดคือหุ้นเกาหลีที่แสดงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระยะยาวที่มีการเติบโตถึง 17% สำหรับหุ้นตลาดเกิดใหม่ก็ทรงพลังด้วยที่มีการเติบโต 17% ในระยะ 6 เดือน ส่วนหุ้นเทคสหรัฐและหุ้นโลกก็อยู่ในระดับแผ่วเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวในขณะนี้ ในขณะที่ตราสารหนี้และหุ้นอินเดีย หุ้นจีน และหุ้นนำจากยุโรปก็เริ่มฟื้นตัวได้บางส่วน แต่ยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่เห็นในแผนที่สินทรัพย์
หากพิจารณากองทุนไทยที่น่าสนใจ สามารถตรวจสอบกองตลาดเงิน กองตราสารหนี้ระยะสั้น และกองทุนทองคำบางส่วน ซึ่งมีชื่อกองไทยตัวอย่างที่สามารถนำมาใช้เป็นจุดรักษาความน่าเชื่อถือได้ โดยเฉพาะกองทุนที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในกลุ่มหุ้นหรือกองตราสารหนี้ตามทิศทางเศรษฐกิจปัจจุบัน
ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันไทยอยู่ในช่วงการชะงักน้อยที่เกิดจากการเติบโตช้าลง แต่พร้อมการเติบโตของน้ำมัน ทำให้หุ้นหุ่นยนต์และหุ้นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมมีโอกาสที่จะปรับตัวได้ดี ขณะที่กองตราสารหนี้ระยะสั้นและสั่นไหวในระดับที่วัดได้คือกลุ่มที่ควรวางใจในการรักษาความมั่นคง
นอกเหนือจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงชะงักนี้ ยังมีผลกระทบต่อสินทรัพย์หลายประเภท โดยหุ้นและทรัพยากรธรรมชาติจะได้รับความสนใจจากสถาบันการเงิน เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นและการจูงใจของตลาดดาวน์แอดดส์ ทำให้กองทุนที่เน้นหุ้นและทรัพย์สินทางเศรษฐกิจมีความน่าสนใจมากขึ้น นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงและการรักษาจำนวนเงินต่ำๆ ในการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด